อย่าพลาด! คนไทยเผยเคล็ดลับเลือกเฟอร์นิเจอร์ Ergonomic ให้คุ้มค่า

webmaster

에르고노믹 가구에 대한 소비자 인식 조사 - **Prompt: A Thai woman, in her late 20s, with a gentle smile, sits comfortably at a modern ergonomic...

สวัสดีค่ะทุกคน! สบายดีไหมคะ? วันนี้หญิงมีเรื่องสำคัญที่อยากชวนคุยมาก ๆ เลยค่ะ คือพักหลังมานี้เราใช้ชีวิตอยู่กับโต๊ะทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานขึ้นมาก ๆ เลยใช่ไหมคะ บางคนอาจจะ Work From Home หรือต้องนั่งทำงานออฟฟิศทั้งวัน หญิงเองก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ นั่งจนบางทีก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นไหล่ คอ หลัง หรือแม้แต่ข้อมือ!

เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหา “ออฟฟิศซินโดรม” กันมาบ้างแล้วแน่ ๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เนี่ย มันไม่ได้เกิดจากแค่การทำงานหนักอย่างเดียวนะคะ แต่มันเริ่มต้นมาจากสิ่งที่เรามองข้ามไปอย่าง “เฟอร์นิเจอร์” ที่เราใช้อยู่ทุกวันนี่แหละค่ะหญิงสังเกตเห็นว่าตอนนี้คนไทยเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้นเยอะเลย โดยเฉพาะเรื่องการเลือกใช้ “เฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพ” หรือ Ergonomic Furniture หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว หรือแค่เก้าอี้ธรรมดาก็พอแล้ว แต่บอกเลยค่ะว่าคิดผิดถนัด!

การลงทุนกับเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบมาตามหลักสรีรศาสตร์เนี่ย มันคือการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวของเราเลยนะคะ เพราะถ้าเรานั่งสบาย ร่างกายไม่ปวดเมื่อย เราก็จะทำงานได้ดีขึ้น มีสมาธิมากขึ้น แถมยังช่วยลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพเรื้อรังในอนาคตอีกด้วย ที่สำคัญคือตอนนี้มีแบรนด์ไทยที่ทำเฟอร์นิเจอร์ Ergonomic คุณภาพดี ราคาสมเหตุสมผลออกมาเยอะแยะเลยค่ะแต่เอ๊ะ…แล้วเราจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ Ergonomic ยังไงให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป แล้วต้องดูอะไรบ้างถึงจะเรียกว่า “ดีจริง” เข้ากับสรีระของเรา?

หญิงเข้าใจเลยว่ามันไม่ง่าย เพราะในตลาดมีตัวเลือกเยอะมาก ๆ ไม่ต้องห่วงนะคะ! วันนี้หญิงจะพาไปเจาะลึกถึงความคิดเห็นของผู้บริโภคชาวไทยเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้ พร้อมอัปเดตเทรนด์ล่าสุดในปี 2025 และไขทุกข้อสงสัย เพื่อให้ทุกคนเลือกซื้อได้อย่างมั่นใจและได้ของที่ถูกใจแน่นอนค่ะอยากรู้กันแล้วใช่ไหมล่ะคะ?

ตามมาอ่านกันต่อเลยค่ะ หญิงมีข้อมูลดี ๆ ที่รับรองว่ามีประโยชน์และช่วยให้ชีวิตการทำงานของคุณดีขึ้นได้แน่ ๆ ค่ะ ไปหาคำตอบพร้อมกันด้านล่างนี้เลย!

ทำไมช่วงนี้ใครๆ ก็หันมาสนใจเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพกันนะ?

에르고노믹 가구에 대한 소비자 인식 조사 - **Prompt: A Thai woman, in her late 20s, with a gentle smile, sits comfortably at a modern ergonomic...

ช่วงนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหน หญิงก็เห็นเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลายคนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องของ “ออฟฟิศซินโดรม” ที่กลายเป็นโรคประจำตัวของคนทำงานยุคใหม่ไปแล้ว หลายคนอาจจะคิดว่าอาการปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ หลัง หรือแม้แต่ข้อมือ เป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอจากการนั่งทำงานนานๆ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลยค่ะ หญิงเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้นที่ละเลยเรื่องนี้ จนกระทั่งรู้สึกว่าร่างกายมันประท้วงหนักขึ้นทุกวันๆ เลยเริ่มมองหาตัวช่วย ซึ่งสิ่งที่หญิงค้นพบว่าเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาเหล่านี้ก็คือ “เฟอร์นิเจอร์” ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันนี่แหละค่ะ

ผู้บริโภคชาวไทยอย่างเราๆ เริ่มตระหนักแล้วว่าการลงทุนกับเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบมาตามหลักสรีรศาสตร์ หรือ Ergonomic Furniture ไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวกสบายชั่วคราว แต่มันคือการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวของเราจริงๆ นะคะ เพราะถ้าเรานั่งสบาย ไม่ปวดเมื่อย ร่างกายเราก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีสมาธิในการทำงานมากขึ้น แถมยังช่วยลดความเสี่ยงปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่อาจจะตามมาในอนาคตอีกด้วยค่ะ ไม่ต้องเสียเงินไปกับการรักษากายภาพบำบัดหรือหาหมอทีหลังให้เปลืองเปล่า หญิงเชื่อว่าการดูแลตัวเองตั้งแต่ต้นทาง ดีกว่ามารอแก้ไขปัญหาตอนปลายแน่นอนค่ะ

ออฟฟิศซินโดรม ตัวร้ายที่ทุกคนต้องระวัง

ใครๆ ก็รู้จัก “ออฟฟิศซินโดรม” ใช่ไหมคะ? มันคือกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืดที่เกิดจากการทำงานในท่าทางที่ไม่เหมาะสม หรือการใช้อุปกรณ์ในการทำงานที่ไม่เข้ากับสรีระของเรานั่นเองค่ะ หญิงเองก็เคยประสบกับอาการหลังชา ปวดร้าวไปทั้งตัวจนต้องไปหาหมอเลยทีเดียว ตอนนั้นตกใจมากนึกว่าเป็นอะไรหนักๆ แต่คุณหมอบอกว่าเป็นออฟฟิศซินโดรมเพราะนั่งผิดท่าและอยู่กับที่นานเกินไป มันไม่ใช่แค่เรื่องของความปวดเมื่อยธรรมดานะคะ แต่มันส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการทำงานของเราอย่างมากเลยจริงๆ ถ้าปล่อยไว้นานๆ อาจจะกลายเป็นโรคเรื้อรังที่รักษายากได้เลยค่ะ

เทรนด์สุขภาพกับการเลือกเฟอร์นิเจอร์ปี 2025

จากที่หญิงได้ศึกษาข้อมูลและสังเกตเทรนด์ในปี 2025 พบว่าตลาดเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องเลยค่ะ คนส่วนใหญ่ไม่ได้มองหาแค่ความสวยงาม แต่เน้นฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์สุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการผสานเทคโนโลยีเข้าไปในเฟอร์นิเจอร์ เช่น เก้าอี้นวดปรับไฟฟ้า หรือโต๊ะปรับระดับความสูงอัตโนมัติ ที่สามารถบันทึกระดับความสูงที่เราชอบได้ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีการนำแนวคิด Biophilic design หรือการนำองค์ประกอบธรรมชาติเข้ามาใช้ในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์มากขึ้น เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและลดความเครียดให้กับผู้ใช้งาน หญิงเองก็รู้สึกว่าการได้นั่งทำงานบนเก้าอี้ที่รู้สึกเหมือนถูกโอบอุ้ม และมีมุมโต๊ะที่มองออกไปเห็นต้นไม้สีเขียว มันช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นเยอะเลยค่ะ

แกะกล่อง! เก้าอี้ Ergonomic ที่ใช่ต้องเป็นแบบไหน

หลายคนคงสงสัยว่าแล้วจะเลือกเก้าอี้ Ergonomic ยังไงดีให้มัน “ใช่” กับตัวเราจริงๆ เพราะในตลาดมีให้เลือกเยอะมากจนตาลายไปหมดใช่ไหมคะ? หญิงเองก็เคยเป็นแบบนั้นเลยค่ะ แต่พอได้ลองศึกษาและทดลองใช้มาหลายตัว ก็พอจะจับจุดได้ว่าเก้าอี้ Ergonomic ที่ดีจริงๆ เนี่ย ไม่ใช่แค่สวยหรือแพงนะคะ แต่มันต้องสามารถปรับให้เข้ากับสรีระของเราได้มากที่สุดต่างหากล่ะค่ะ เพราะแต่ละคนรูปร่างต่างกัน ความสูงต่างกัน เก้าอี้ตัวเดียวจะมาใช้ได้กับทุกคนก็คงเป็นไปไม่ได้จริงไหมคะ?

ฟังก์ชันการปรับที่สำคัญของเก้าอี้ Ergonomic

สิ่งสำคัญอันดับแรกเลยคือ “การปรับระดับ” ค่ะ เก้าอี้ Ergonomic ที่ดีควรจะปรับได้หลายส่วนมากๆ ไม่ว่าจะเป็นความสูงของเบาะนั่ง พนักพิงหลัง ที่วางแขน หรือแม้แต่ที่รองศีรษะ หญิงเคยเจอเก้าอี้ที่ปรับได้แค่บางส่วน มันก็ยังไม่สุดอะค่ะ พอไม่ได้ระดับที่พอดีเป๊ะๆ มันก็ยังรู้สึกปวดเมื่อยอยู่ดี เลยอยากจะบอกว่าพยายามมองหารุ่นที่ปรับได้เยอะๆ เข้าไว้ดีที่สุดค่ะ เพื่อให้เราสามารถปรับให้เท้าเราวางราบกับพื้นได้พอดี เข่าทำมุม 90 องศา ข้อศอกวางบนที่วางแขนแล้วขนานกับโต๊ะ พนักพิงหลังรองรับส่วนโค้งของหลังเราได้ทั้งหมด แค่นี้ก็ช่วยลดแรงกดทับที่กระดูกสันหลังได้เยอะแล้วค่ะ แถมยังช่วยให้เรานั่งในท่าที่ถูกต้องโดยไม่รู้สึกฝืนอีกด้วย

วัสดุและขนาดที่ต้องพิจารณา

นอกจากฟังก์ชันการปรับแล้ว วัสดุที่ใช้ก็สำคัญไม่แพ้กันเลยนะคะ เบาะนั่งควรจะมีความกว้างและความลึกที่เหมาะสม ไม่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป และควรทำจากวัสดุที่ระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าตาข่าย Mesh เพราะอากาศบ้านเราค่อนข้างร้อน ถ้าเป็นเบาะหนังหนาๆ นั่งนานๆ เหงื่อออกนี่ไม่สบายตัวเลยค่ะ ส่วนฐานเก้าอี้ก็ต้องมั่นคงแข็งแรง มีล้อที่เคลื่อนที่ได้ลื่นไหล เวลาเราจะขยับตัวไปหยิบของก็ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องลุกขึ้นยืนให้เสียจังหวะ ที่สำคัญอย่าลืมดูเรื่องขนาดของเก้าอี้ให้เหมาะสมกับสรีระของเราด้วยนะคะ บางคนตัวเล็กไปนั่งเก้าอี้ไซส์ใหญ่ก็จะรู้สึกจม ไม่กระชับ หรือบางคนตัวใหญ่ไปนั่งเก้าอี้เล็กๆ ก็อึดอัดไม่สบายตัวเลยค่ะ

Advertisement

มากกว่าแค่เก้าอี้: โต๊ะปรับระดับ เพื่อนคู่ใจชาว Work From Home

ถ้าพูดถึงเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพสำหรับชาว Work From Home ในยุคนี้ จะไม่พูดถึง “โต๊ะปรับระดับ” หรือ Standing Desk ก็คงไม่ได้แล้วล่ะค่ะ! หญิงบอกเลยว่านี่คืออีกหนึ่งไอเทมเปลี่ยนชีวิตของหญิงเลยนะ ก่อนหน้านี้เคยคิดว่ามันฟุ่มเฟือย ไม่จำเป็นหรอก แต่พอได้ลองใช้จริงๆ เท่านั้นแหละค่ะความคิดเปลี่ยนเลย จากที่เคยนั่งยาวๆ จนปวดหลัง ปวดคอ พอมีโต๊ะปรับระดับที่สามารถสลับท่านั่งกับยืนได้ตลอดวัน มันช่วยให้ร่างกายได้ขยับ ได้เปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นเยอะเลยค่ะ

ประโยชน์ที่เหนือกว่าแค่การยืนทำงาน

หลายคนอาจจะมองว่าโต๊ะปรับระดับมีไว้แค่ให้ยืนทำงานเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วมันมีประโยชน์มากกว่านั้นเยอะเลยค่ะ การที่เราสามารถสลับท่านั่งและยืนได้ตลอดวันนั้นช่วยลดผลกระทบจากการนั่งติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของออฟฟิศซินโดรม การยืนทำงานเป็นช่วงๆ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ และยังช่วยเพิ่มพลังงาน ทำให้เรามีสมาธิกับการทำงานได้ดีขึ้นด้วยนะคะ จากประสบการณ์ของหญิงคือพอได้ยืนทำงาน สมองมันจะแล่นกว่าตอนนั่งเยอะเลยค่ะ แถมยังรู้สึกไม่ค่อยง่วงด้วย

เลือกโต๊ะปรับระดับยังไงให้โดนใจ

สำหรับวิธีการเลือกโต๊ะปรับระดับ สิ่งสำคัญคือต้องดูว่ามันสามารถปรับระดับความสูงได้ครอบคลุมความสูงของเราทั้งในท่านั่งและท่ายืนได้พอดีไหม บางรุ่นอาจจะปรับได้ด้วยมือหมุน แต่รุ่นไฟฟ้าจะสะดวกกว่ามากค่ะ แค่กดปุ่มก็ปรับได้แล้ว ยิ่งถ้ามีฟังก์ชันบันทึกความสูงที่เราชอบได้หลายระดับก็ยิ่งดีเลยค่ะ เผื่อมีคนอื่นในบ้านอยากจะใช้ด้วยก็จะได้ปรับง่ายๆ นอกจากนี้ก็ต้องดูเรื่องความแข็งแรงทนทานของโครงสร้าง มอเตอร์ที่ใช้ว่าเสียงดังไปไหมตอนปรับ และแน่นอนค่ะว่าขนาดของหน้าโต๊ะต้องเพียงพอต่อการวางอุปกรณ์ทำงานของเราด้วยนะคะ หญิงแนะนำให้เลือกซื้อจากแบรนด์ที่มีการรับประกันมอเตอร์ยาวๆ จะได้สบายใจไปนานๆ ค่ะ

ลงทุนเพื่อสุขภาพ: คุ้มค่าจริงไหมกับเฟอร์นิเจอร์ Ergonomic?

คำถามยอดฮิตที่หญิงได้ยินบ่อยๆ เลยก็คือ “เฟอร์นิเจอร์ Ergonomic มันคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปจริงๆ หรอ?” เข้าใจเลยค่ะว่าราคาของเฟอร์นิเจอร์ประเภทนี้อาจจะสูงกว่าเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปอยู่บ้าง ทำให้หลายคนลังเล แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวของหญิงและจากเสียงตอบรับของหลายๆ คนที่หญิงได้คุยด้วย หญิงกล้าพูดเลยค่ะว่า “คุ้มค่ามาก” เพราะมันคือการลงทุนเพื่อสุขภาพของเราในระยะยาว ที่จะส่งผลดีต่อชีวิตในทุกๆ ด้านเลยค่ะ

ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

ลองคิดดูนะคะว่าถ้าเราต้องทนปวดหลัง ปวดคอ จนต้องไปหาหมอ ทำกายภาพบำบัดบ่อยๆ ค่าใช้จ่ายตรงนั้นอาจจะสูงกว่าราคาเฟอร์นิเจอร์ Ergonomic ดีๆ สักตัวเสียอีกค่ะ การลงทุนกับเก้าอี้หรือโต๊ะที่ออกแบบมาอย่างดีตั้งแต่แรก จะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่ต้น ทำให้เราไม่ต้องเสียเงินไปกับการรักษาพยาบาลในอนาคต นอกจากนี้ การที่เรามีสุขภาพที่ดี ไม่มีอาการปวดเมื่อยรบกวน ก็จะทำให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ต้องลางานบ่อยๆ ซึ่งนั่นก็หมายถึงโอกาสในการสร้างรายได้ที่ดีขึ้นด้วยนะคะ

คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแบบสัมผัสได้

นอกเหนือจากเรื่องเงินๆ ทองๆ แล้ว สิ่งที่จับต้องได้มากกว่าคือ “คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ค่ะ การได้นั่งทำงานอย่างสบาย ไม่ต้องทนทรมานกับความปวดเมื่อย มันทำให้เรามีความสุขกับการทำงานมากขึ้น มีพลังงานเหลือไปทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ชอบหลังเลิกงานได้อีกเยอะเลยค่ะ หญิงเคยเจอช่วงที่ปวดหลังหนักๆ แทบไม่อยากทำอะไรเลยค่ะ กลับถึงบ้านก็อยากนอนอย่างเดียว พอได้เปลี่ยนมาใช้เฟอร์นิเจอร์ Ergonomic รู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่เลยจริงๆ ค่ะ ตื่นเช้ามาอย่างสดชื่น พร้อมทำงานอย่างเต็มที่

Advertisement

เทรนด์เฟอร์นิเจอร์ Ergonomic ปี 2025 ที่คนรักสุขภาพต้องรู้

มาอัปเดตเทรนด์กันหน่อยดีกว่าค่ะ! ปี 2025 นี้ เฟอร์นิเจอร์ Ergonomic มีอะไรใหม่ๆ น่าสนใจบ้าง บอกเลยว่าตลาดนี้เขาพัฒนาไปไกลมาก ไม่ได้มีแค่เก้าอี้กับโต๊ะแบบเดิมๆ แล้วนะคะ แต่มีการผสานนวัตกรรมและดีไซน์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ เลยค่ะ

เทคโนโลยีอัจฉริยะผสานกับดีไซน์

เทรนด์ที่มาแรงเลยก็คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสานกับเฟอร์นิเจอร์ Ergonomic อย่างลงตัวค่ะ เราจะได้เห็นเก้าอี้ที่มีระบบนวดในตัว ปรับเอนได้แบบไร้แรงโน้มถ่วง โต๊ะทำงานที่มีแท่นชาร์จไร้สาย หรือเซ็นเซอร์ที่แจ้งเตือนให้เราเปลี่ยนอิริยาบถเมื่อนั่งนานเกินไป สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีแค่ประโยชน์ใช้สอยนะคะ แต่ยังช่วยให้ชีวิตการทำงานของเราสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยค่ะ นอกจากนี้ ดีไซน์ของเฟอร์นิเจอร์ก็เริ่มมีความโค้งมน นุ่มนวลมากขึ้น ทำให้ห้องทำงานดูอบอุ่นและเชื้อเชิญ น่าทำงานมากขึ้นด้วย

ดีไซน์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

에르고노믹 가구에 대한 소비자 인식 조사 - **Prompt: A young Thai man, feeling invigorated and pain-free, stretches gently at his adjustable st...

เรื่องของความยั่งยืนและการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์สำคัญที่แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ Ergonomic กำลังให้ความสนใจค่ะ เราจะเห็นเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล หรือวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายง่าย มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ใช่แค่ดีต่อสุขภาพของเรา แต่ยังดีต่อโลกของเราด้วยนี่ ถือเป็นการซื้อที่ได้ประโยชน์สองต่อเลยนะคะ หญิงเองก็รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมค่ะ

เปิดกรุ! แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ Ergonomic ไทยที่น่าจับตา

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาเฟอร์นิเจอร์ Ergonomic คุณภาพดี แต่ก็อยากสนับสนุนแบรนด์ไทย หญิงบอกเลยว่าตอนนี้มีหลายแบรนด์ของไทยเราที่ทำสินค้าออกมาได้ดีมากๆ ไม่แพ้แบรนด์ต่างประเทศเลยค่ะ แถมบางแบรนด์ยังออกแบบมาเพื่อสรีระของคนเอเชียโดยเฉพาะอีกด้วย ทำให้เรามั่นใจได้ว่าจะได้ของที่เหมาะกับตัวเราจริงๆ และราคาก็จับต้องได้อีกด้วยนะคะ ถือเป็นข่าวดีสำหรับคนรักสุขภาพอย่างเราๆ เลยค่ะ

แบรนด์ไทยที่เข้าใจสรีระคนไทย

หลายแบรนด์ไทยเขามีการศึกษาและวิจัยสรีระของคนไทยอย่างจริงจัง ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาตอบโจทย์การใช้งานของเราได้ดีมากๆ เช่น บางแบรนด์ก็มีเทคโนโลยีที่รองรับส่วนโค้งของกระดูกสันหลังช่วงล่างได้ดีเป็นพิเศษ ซึ่งเหมาะกับคนที่มีอาการปวดหลังเวลาที่ต้องนั่งทำงานนานๆ หรือบางรุ่นก็ออกแบบมาให้คนตัวเล็กสามารถนั่งได้เต็มเก้าอี้ ขาไม่ลอย ไม่ต้องกังวลเรื่องขนาดที่ไม่พอดีอีกต่อไป หญิงชอบที่แบรนด์ไทยใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ ทำให้เรารู้สึกว่าเขาเข้าใจปัญหาของเราจริงๆ ค่ะ

คุณภาพที่ทัดเทียมสากลในราคาที่คุ้มค่า

ไม่ใช่แค่เรื่องการออกแบบที่ตรงกับสรีระนะคะ แต่คุณภาพของวัสดุและการผลิตของแบรนด์ไทยหลายๆ แห่งก็พัฒนาไปไกลมาก เทียบเท่าแบรนด์สากลได้สบายๆ เลยค่ะ ทั้งผ้าตาข่ายที่ระบายอากาศได้ดี โครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน หรือกลไกการปรับที่ลื่นไหล ก็ล้วนได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าแบรนด์ต่างประเทศเยอะมาก ทำให้การลงทุนกับเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้จริง หญิงมองว่านี่คือโอกาสดีที่เราจะได้มีสุขภาพที่ดีขึ้น โดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินความจำเป็นค่ะ

Advertisement

คำถามคาใจ: เก้าอี้ Ergonomic กับ “ท่านั่งที่ถูกต้อง” อะไรสำคัญกว่ากัน?

หญิงมักจะได้ยินคำถามนี้บ่อยๆ ค่ะ ว่าแค่มีเก้าอี้ Ergonomic ดีๆ แล้วเราจะนั่งถูกต้องได้เองเลยไหม หรือว่าเราต้องปรับท่านั่งของเราด้วย? หญิงขอตอบแบบตรงไปตรงมาเลยนะคะว่า “สำคัญทั้งคู่” ค่ะ! เก้าอี้ Ergonomic เป็นตัวช่วยที่ดีมากๆ ในการซัพพอร์ตสรีระของเราให้ถูกท่า แต่ถ้าเรายังนั่งผิดๆ ถูกๆ ไม่ยอมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เก้าอี้ที่ดีแค่ไหนก็ช่วยได้ไม่เต็มที่หรอกค่ะ เหมือนกับเรามีอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ดีที่สุด แต่ไม่ยอมใช้ มันก็ไม่มีประโยชน์จริงไหมคะ?

เก้าอี้ Ergonomic คือตัวช่วยให้คุณนั่งสบาย

เก้าอี้ Ergonomic ถูกออกแบบมาเพื่อลดความเครียดที่เกิดกับกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลัง ช่วยให้เรานั่งทำงานได้อย่างสบาย และลดความเสี่ยงของอาการปวดต่างๆ ได้จริง ฟังก์ชันการปรับต่างๆ ที่มีอยู่ในเก้าอี้เหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับความสูงของเบาะ พนักพิงหลัง ที่รองศีรษะ หรือที่วางแขน ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อให้เราสามารถจัดท่านั่งให้เหมาะสมกับสรีระของเรามากที่สุด การมีเก้าอี้ที่ดีก็เหมือนมีผู้ช่วยคอยประคองให้เราอยู่ในท่าทางที่ถูกต้องโดยที่เราไม่ต้องฝืนร่างกายตัวเองมากเกินไปค่ะ

ปรับ Mindset และพฤติกรรมการนั่ง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตัวเราเองค่ะ เราต้องรู้จักสังเกตพฤติกรรมการนั่งของตัวเอง และพยายามปรับเปลี่ยนให้ถูกต้องอยู่เสมอ เช่น การนั่งให้ก้นชิดกับพนักพิง หลังตรง เท้าวางราบกับพื้น จอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับสายตา ที่สำคัญคือต้อง “ลุกขึ้นขยับร่างกาย” เป็นระยะๆ ทุก 45-60 นาที เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย ไม่ยึดตึง หญิงเองก็พยายามตั้งเตือนในโทรศัพท์ให้ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายบ้าง หรือลุกไปดื่มน้ำบ้างค่ะ มันช่วยได้เยอะจริงๆ นะคะ จำไว้ว่าเก้าอี้ดีแค่ไหนก็ไม่สามารถกำจัดออฟฟิศซินโดรมได้หมดจด หากเรายังคงนั่งติดเก้าอี้นานๆ โดยไม่ขยับเลยค่ะ

ตารางสรุปคุณสมบัติเด่นของเฟอร์นิเจอร์ Ergonomic ที่คนไทยมองหา

หญิงขอสรุปคุณสมบัติเด่นๆ ที่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างเราๆ ให้ความสำคัญในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ Ergonomic ออกมาเป็นตารางให้เห็นภาพง่ายๆ นะคะ จะได้เป็นแนวทางในการตัดสินใจค่ะ

ประเภทเฟอร์นิเจอร์ คุณสมบัติเด่นที่ผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญ เหตุผลที่สำคัญสำหรับคนไทย
เก้าอี้ Ergonomic
  • ปรับระดับความสูงเบาะ พนักพิง ที่วางแขน ที่รองศีรษะได้หลากหลายและละเอียด
  • พนักพิงรองรับส่วนโค้งของหลังและเอวได้พอดี
  • วัสดุเบาะนั่งและพนักพิงระบายอากาศได้ดี (เช่น ผ้าตาข่าย)
  • โครงสร้างแข็งแรงทนทาน รองรับน้ำหนักได้ดี
  • บริการหลังการขายและการรับประกันสินค้าที่ดี
  • สรีระคนไทยมีความหลากหลาย การปรับได้ละเอียดช่วยให้เข้ากับแต่ละบุคคลได้ง่าย
  • ช่วยลดอาการปวดหลังและออฟฟิศซินโดรม ซึ่งเป็นปัญหาหลักของคนทำงานไทย
  • สภาพอากาศร้อน การระบายอากาศดีช่วยให้นั่งสบาย ไม่ร้อนอับ
  • สร้างความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว คุ้มค่ากับการลงทุน
โต๊ะปรับระดับ (Standing Desk)
  • ปรับระดับความสูงด้วยไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชันบันทึกความสูง
  • ปรับความสูงได้ครอบคลุมทั้งท่านั่งและยืนที่เหมาะสม
  • โครงสร้างแข็งแรง มั่นคง ไม่โยกเยกขณะปรับ
  • มีพื้นที่หน้าโต๊ะกว้างขวาง เพียงพอต่อการจัดวางอุปกรณ์
  • มอเตอร์ทำงานเงียบและมีความทนทานสูง
  • ช่วยให้สลับท่านั่ง-ยืน ลดความเมื่อยล้าจากการนั่งนานๆ ได้ง่าย
  • เหมาะกับไลฟ์สไตล์ Work From Home ที่ต้องนั่งทำงานที่บ้านนานขึ้น
  • ช่วยเพิ่มสมาธิและความกระปรี้กระเปร่าในการทำงาน
  • เป็นการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่า ลดความเสี่ยงออฟฟิศซินโดรม
Advertisement

จากประสบการณ์จริง: เมื่อหญิงลองใช้เฟอร์นิเจอร์ Ergonomic

จากที่หญิงได้เล่ามาทั้งหมด คงพอเห็นภาพแล้วใช่ไหมคะว่าเฟอร์นิเจอร์ Ergonomic มันสำคัญและมีประโยชน์ต่อสุขภาพของเรามากแค่ไหน หญิงอยากจะปิดท้ายด้วยประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ลองใช้เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้จริงๆ ค่ะ ก่อนหน้านี้หญิงเป็นคนที่ปวดหลัง ปวดคอแบบเรื้อรังเลยก็ว่าได้ค่ะ นั่งทำงานทีไรก็ต้องคอยบิดตัว คอยยืดเส้นอยู่ตลอดเวลา จนเพื่อนๆ ทักว่า “เป็นอะไรมากหรือเปล่า” (หัวเราะ) ตอนนั้นยอมรับเลยว่าแอบคิดว่าเฟอร์นิเจอร์ Ergonomic ราคาค่อนข้างสูง คุ้มไหมนะที่จะลงทุน แต่พอตัดสินใจซื้อมาใช้เท่านั้นแหละค่ะ เหมือนได้ชีวิตใหม่เลย

เก้าอี้ตัวโปรดที่เปลี่ยนชีวิต

หญิงเริ่มจากลงทุนกับเก้าอี้ Ergonomic ตัวแรกค่ะ ตอนไปเลือกก็ลองนั่งหลายแบรนด์มาก จนเจอตัวที่รู้สึกว่ามัน “ใช่” คือพนักพิงมันโอบรับแผ่นหลังได้พอดีเป๊ะ รองรับส่วนเว้าของเอวได้แบบไม่ต้องพยายามนั่งหลังตรงเองเลย ที่รองคอก็ปรับได้เข้ากับช่วงคอพอดีเป๊ะ ทำให้ไม่รู้สึกเกร็งไหล่หรือคออีกต่อไป ตอนนั้นดีใจมากที่เจอเก้าอี้ที่ตอบโจทย์ พอได้นั่งทำงานบนเก้าอี้ตัวนี้จริงๆ จังๆ สักพัก อาการปวดหลัง ปวดคอก็ค่อยๆ ทุเลาลงไปเยอะเลยค่ะ ไม่ต้องคอยบิดตัวไปมาแล้ว สามารถโฟกัสกับงานได้ดีขึ้น มีสมาธิมากขึ้นจริงๆ นะคะ รู้สึกเลยว่าการทำงานมันมีประสิทธิภาพกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ

โต๊ะปรับระดับ ตัวช่วยเพิ่มพลังงาน

หลังจากประทับใจกับเก้าอี้แล้ว หญิงก็ตัดสินใจลงทุนกับโต๊ะปรับระดับต่อเลยค่ะ ตอนแรกก็กลัวว่าจะใช้ไม่คุ้ม แต่พอได้ลองใช้จริงๆ คือมันดีมาก! วันไหนที่รู้สึกง่วงๆ หรือนั่งนานๆ แล้วเริ่มเมื่อย หญิงก็จะกดปุ่มให้โต๊ะยกสูงขึ้นแล้วยืนทำงานสักพักค่ะ มันช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันทีเลย ไม่ต้องลุกไปหากาแฟบ่อยๆ แล้ว (หัวเราะ) บางทีตอนที่คิดงานไม่ออก ลองลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปมานิดหน่อย ไอเดียดีๆ ก็มักจะผุดขึ้นมาค่ะ รู้สึกเหมือนร่างกายได้เคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้ไม่รู้สึกเฉื่อยชาเหมือนเมื่อก่อนเลยค่ะ ใครที่ยังลังเลอยู่ หญิงอยากบอกว่าลองเปิดใจดูนะคะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน!

글을มาทิเมอ

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน หวังว่าข้อมูลที่หญิงนำมาฝากในวันนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกคนตัดสินใจเลือกเฟอร์นิเจอร์เพื่อสุขภาพได้อย่างมั่นใจมากขึ้นนะคะ จำไว้นะคะว่าร่างกายของเราสำคัญที่สุด การลงทุนกับเฟอร์นิเจอร์ Ergonomic ไม่ใช่แค่การซื้อของชิ้นใหม่เข้าบ้าน แต่มันคือการลงทุนเพื่อสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีในระยะยาวของเราเองค่ะ อย่าปล่อยให้อาการปวดเมื่อยเล็กๆ น้อยๆ มาบั่นทอนความสุขและประสิทธิภาพในการทำงานของเราเลยนะคะ ลองปรับเปลี่ยนสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวดู แล้วคุณจะพบว่าชีวิตการทำงานของคุณจะดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ

Advertisement

알아두면 쓸모 있는 정보

1. ก่อนตัดสินใจซื้อเฟอร์นิเจอร์ Ergonomic ควรลองไปนั่งหรือทดลองใช้งานจริงที่ร้าน เพื่อให้แน่ใจว่าเข้ากับสรีระและความต้องการของคุณมากที่สุดค่ะ

2. การนั่งทำงานในท่าที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ ควบคู่ไปกับการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสม พยายามปรับท่านั่งให้หลังตรง เท้าวางราบกับพื้น และจอคอมพิวเตอร์อยู่ในระดับสายตาเสมอ

3. ควรลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสาย หรือเดินไปมาเป็นระยะๆ ทุก 45-60 นาที เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยลดความเสี่ยงของออฟฟิศซินโดรมได้เป็นอย่างดี

4. อย่ามองข้ามเรื่องวัสดุที่ใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ ควรเลือกวัสดุที่ระบายอากาศได้ดี โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา เพื่อให้นั่งสบายตลอดวันค่ะ

5. ตรวจสอบบริการหลังการขายและการรับประกันสินค้าให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นกลไกหรือมอเตอร์ของโต๊ะปรับระดับ เพื่อความสบายใจในการใช้งานระยะยาวนะคะ

สำคัญ 사항 정리

จากข้อมูลทั้งหมดที่หญิงได้นำเสนอไป หญิงอยากจะเน้นย้ำอีกครั้งว่า การดูแลสุขภาพของเราคือสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนทำงานที่ต้องใช้ชีวิตอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน “เฟอร์นิเจอร์ Ergonomic” ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้เพื่อสุขภาพหรือโต๊ะปรับระดับ จึงเป็นมากกว่าแค่ของใช้ในสำนักงาน แต่คือ “ผู้ช่วย” ที่จะช่วยประคับประคองร่างกายของเราให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากอาการปวดเมื่อยต่างๆ ที่อาจนำไปสู่ออฟฟิศซินโดรมเรื้อรังได้ในอนาคตค่ะ

การลงทุนกับเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้คือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่ามากๆ เพราะนอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลแล้ว ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ทำให้เรามีความสุขกับการทำงานและมีพลังงานเหลือเฟือไปทำกิจกรรมอื่นๆ ที่รักหลังเลิกงานอีกด้วยนะคะ ที่สำคัญคือตอนนี้แบรนด์ไทยก็พัฒนาสินค้าคุณภาพดีออกมามากมายในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ดังนั้น อย่ารอช้าที่จะมอบสิ่งดีๆ ให้กับร่างกายของเราตั้งแต่วันนี้นะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีและการทำงานที่มีประสิทธิภาพตลอดไปค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: เฟอร์นิเจอร์ Ergonomic คืออะไรคะ แล้วทำไมคนทำงานอย่างเราๆ โดยเฉพาะในเมืองไทย ถึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับมันมากเป็นพิเศษในปี 2025?

ตอบ: อ๋อ… คำว่า Ergonomic เนี่ย ถ้าให้พูดง่ายๆ แบบคนกันเองนะคะ มันคือการออกแบบข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ให้เข้ากับสรีระและธรรมชาติการเคลื่อนไหวของร่างกายเราให้มากที่สุดเลยค่ะ ไม่ใช่แค่สวยงามอย่างเดียว แต่ต้องใช้งานแล้วสบาย ลดการปวดเมื่อย และที่สำคัญคือต้องดีต่อสุขภาพในระยะยาวด้วย.
ลองนึกภาพดูสิคะ เวลาเรานั่งทำงานนานๆ หน้าคอมพิวเตอร์ บางทีไหล่ก็ห่อ หลังก็งอ คอก็ยื่น อาการเหล่านี้แหละค่ะที่พาเราไปสู่ “ออฟฟิศซินโดรม”. หญิงเองก็เคยเป็นค่ะ นั่งนานๆ จนปวดคอบ่าไหล่ไปหมด พอได้ลองเปลี่ยนมาใช้เก้าอี้ Ergonomic ที่ปรับได้พอดีกับตัวเราจริงๆ นะ มันเหมือนชีวิตเปลี่ยนเลยค่ะ!
แล้วทำไมถึงสำคัญกับคนไทยในปี 2025 มากเป็นพิเศษน่ะเหรอคะ? หญิงว่าหลักๆ เลยคือเทรนด์ Work From Home และ Hybrid Working ที่ยังอยู่กับเราไปอีกนานเลยค่ะ. คนไทยหลายคนยังต้องใช้เวลาอยู่หน้าจอที่บ้าน ซึ่งบางทีเฟอร์นิเจอร์ที่บ้านอาจไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการทำงานหนักขนาดนั้น.
การลงทุนกับเฟอร์นิเจอร์ Ergonomic ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ โต๊ะปรับระดับ หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์เสริมเล็กๆ น้อยๆ เนี่ย มันคือการดูแลสุขภาพของตัวเองค่ะ. เราเสียเงินหลักพันหลักหมื่นไปกับการรักษาออฟฟิศซินโดรมตั้งเท่าไหร่ ถ้าเราลงทุนกับสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่แรก มันคือการป้องกันที่ดีที่สุด แถมยังช่วยให้เรามีสมาธิทำงานได้ดีขึ้น ไม่ต้องทนปวดอีกต่อไป ซึ่งมันคุ้มค่ามากๆ เลยนะคะ หญิงยืนยันจากประสบการณ์ตรงเลย.

ถาม: อยากได้เฟอร์นิเจอร์ Ergonomic มาใช้บ้าง แต่เห็นมีให้เลือกเยอะมากเลยค่ะ แล้วจะเลือกยังไงให้เหมาะกับสรีระของเราจริงๆ ไม่ใช่แค่ตามกระแส หรือซื้อมาแล้วไม่เข้ากับตัวเรา?

ตอบ: อันนี้เป็นคำถามยอดฮิตเลยค่ะ เพราะหญิงก็เคยลังเลเหมือนกัน! หลายคนคิดว่าแค่เห็นว่าสวยหรือแบรนด์ดังก็พอแล้ว แต่จริงๆ แล้วมันต้อง “ลอง” ค่ะ! จากประสบการณ์ของหญิงนะคะ สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เฟอร์นิเจอร์นั้น “ปรับได้” เยอะๆ เพื่อให้เข้ากับสรีระเฉพาะตัวของเรา.
ลองนึกถึงเก้าอี้ Ergonomic นะคะ ต้องเช็ก 5 จุดหลักๆ เลย:
1. ความสูงของเก้าอี้: เวลาเรานั่งแล้วเท้าต้องวางราบกับพื้นพอดี ไม่ลอย และเข่าควรทำมุม 90 องศา หรือกว้างกว่าเล็กน้อยค่ะ.
2. ความลึกของเบาะนั่ง: นั่งแล้วบั้นท้ายต้องชิดพนักพิง และเหลือพื้นที่ด้านหน้าประมาณ 2-3 นิ้วก่อนถึงข้อพับเข่า เพื่อไม่ให้กดทับเส้นเลือด. 3.
พนักพิงหลัง: ต้องรองรับส่วนหลังและส่วนเอวของเราได้ดี อาจจะมีความโค้งเว้าที่รับกับกระดูกสันหลัง หรือมี Lumbar Support ที่ปรับระดับได้ เพื่อลดอาการปวดหลัง.
4. ที่วางแขน: อันนี้สำคัญมากค่ะ! ต้องปรับระดับได้ ให้แขนของเราวางลงไปแล้วข้อศอกทำมุม 90 องศา และไหล่ไม่ยกเกร็ง เพื่อลดความตึงเครียดที่ไหล่และคอ.
5. พนักพิงศีรษะ: ควรปรับสูง-ต่ำ หรือปรับองศาได้ เพื่อรองรับศีรษะและต้นคอของเราได้อย่างเหมาะสม. หญิงแนะนำให้ไปลองนั่ง ลองปรับ ลองสัมผัสของจริงเลยค่ะ เพราะสรีระแต่ละคนไม่เหมือนกัน การลองเองคือวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เราเจอคู่แท้ที่นั่งสบาย ไม่ใช่แค่ตามที่คนอื่นบอกว่าดี แต่ต้องดีกับตัวเราจริงๆ ค่ะ.

ถาม: ในปี 2025 นี้ มีเทรนด์เฟอร์นิเจอร์ Ergonomic แบบไหนที่กำลังมาแรงในไทยบ้างคะ แล้วมีแบรนด์ไหนน่าสนใจที่อยากแนะนำเป็นพิเศษไหม?

ตอบ: โอ๊ยยย! พูดถึงเทรนด์นี่หญิงตื่นเต้นเลยค่ะ เพราะปี 2025 เนี่ย ตลาดเฟอร์นิเจอร์ Ergonomic ในไทยคึกคักมากๆ เลยนะคะ. ที่เห็นมาแรงและน่าจับตาเลยคือ:
1.
เฟอร์นิเจอร์ปรับระดับ (Height-Adjustable Furniture): ไม่ใช่แค่เก้าอี้ที่ปรับได้แล้วนะคะ แต่โต๊ะทำงานที่ปรับความสูงได้แบบนั่งๆ ยืนๆ (Standing Desk) ก็กำลังเป็นที่นิยมมากๆ เลยค่ะ.
หญิงว่ามันดีนะ เพราะช่วยให้เราเปลี่ยนอิริยาบถได้ ลดการนั่งแช่นานๆ แถมยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้สมองปลอดโปร่งขึ้นด้วยค่ะ. 2. Smart Furniture: อันนี้ว้าวมาก!
เฟอร์นิเจอร์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีเข้ามา เช่น โต๊ะที่มีแท่นชาร์จไร้สายในตัว หรือเก้าอี้ที่สามารถตรวจจับท่านั่งของเราและแจ้งเตือนเมื่อเรานั่งผิดท่าได้. ถึงแม้ในไทยอาจจะยังไม่แพร่หลายเท่าต่างประเทศ แต่หญิงเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นสิ่งเหล่านี้มากขึ้นแน่นอนค่ะ!
3. เน้นวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: เทรนด์รักษ์โลกยังคงแรงไม่ตกค่ะ เฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ หรือวัสดุรีไซเคิล กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้น เพราะนอกจากดีต่อสุขภาพแล้ว ยังดีต่อโลกของเราด้วย.
ส่วนเรื่องแบรนด์ที่น่าสนใจในตลาดไทยตอนนี้ หญิงอยากแนะนำหลายแบรนด์เลยค่ะ:
แบรนด์ไทยยอดนิยม: Modena และ Bewell เป็นสองแบรนด์ไทยที่ได้รับความนิยมมากค่ะ โดยเฉพาะ Modena ที่มีรุ่น Anya และ Kama Plus ที่ออกแบบมาเพื่อสรีระคนเอเชียโดยเฉพาะ แถมราคาก็ยังจับต้องได้อีกด้วยนะคะ.
Modernform ก็เป็นอีกแบรนด์ไทยคุณภาพที่น่าสนใจค่ะ. แบรนด์ต่างประเทศที่เข้ามาทำตลาดในไทย: ก็มีอย่าง Ergotrend, Steelcase, Okamura, Sihoo และ DreamDesk ซึ่งหลายแบรนด์ก็มีรุ่นที่หลากหลาย ตั้งแต่ราคาหลักพันไปจนถึงหลักหมื่น บางรุ่นถึงกับหลักแสนเลยก็มีค่ะ.
อย่าง Steelcase และ Herman Miller นี่คือตัวท็อปจากฝั่งตะวันตกเลยค่ะ ฟังก์ชันเขาจัดเต็มมากๆ. หญิงแนะนำว่าให้ลองเข้าไปดูตามร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ๆ หรือร้านตัวแทนจำหน่าย เพื่อทดลองนั่งจริงและเปรียบเทียบฟังก์ชันการปรับต่างๆ ดูนะคะ จะได้เลือกที่ตอบโจทย์และคุ้มค่ากับเงินที่เราจะลงทุนไปค่ะ เพราะเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพของเราเองในระยะยาวเลยนะคะ!

📚 อ้างอิง

Advertisement